โยชิโอะ โชจิ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นเดินตรวจตะข่ายที่ไร่ชามัทฉะในจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 (AFP / Charly Triballeau)

แพทย์เตือนไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการดื่มชาเขียวสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้

Copyright AFP 2017-2020. All rights reserved.

โพสต์ที่อ้างอิงสรรพคุณของชาเขียวมัทฉะว่าช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน​ให้กับร่างกายพื่อป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ถูกแชร์ออกไปหลายร้อยครั้งทางเฟซบุ๊ก คำกล่าวอ้างนี้เป็นเท็จ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติและผู้เชี่ยวชาญต่างเตือนว่าปัจจุบันไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่าชาเขียวสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้

คำกล่าวอ้างนี้ได้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 และถูกแชร์ต่ออีกกว่า 400 ครั้ง

ข้อความที่อยู่ในโพสต์เขียนว่า “ผลวิจัยพบว่าชาเขียวมัทฉะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน​ปกป้องร่างกายจากไวรัส​ #COVID19 ได้อีกทาง”

ด้านล่างคือภาพถ่ายหน้าจอโพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิด

ภาพถ่ายหน้าจอโพสต์เฟซบุ๊กที่ทำให้เข้าใจผิด

คำกล่างอ้างคล้ายๆ กันได้ถูกแชร์ผ่านเฟซบุ๊กที่นี่ นี่ นี่ นี่และนี่

ดร.นพ.ปกรัฐ หังสสูต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 โดย กล่าวว่า “เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันนะครับ”

นพ.ปกรัฐ อธิบายต่อว่า “การที่ร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันสูงไม่ได้ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสแต่อย่างใด”

นพ. Jayaruwan Bandara ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทางการแพทย์ ประเทศศรีลังกา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ว่า ถึงแม้ชาจะสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ แต่ยังไม่มีการวิจัยว่าการดื่มชาจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยโควิด-19 

เขากล่าวว่า “การดื่มชาอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้ดื่ม แต่ไม่สามารถเรียกว่าเป็นวิธีการป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้ วิธีการลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยอมรับโดยหน่วยงานด้านสุขภาพระดับนานาชาติ คือการเว้นระยะห่างทางสังคม รักษาความสะอาดที่บริเวณมือ และเลี่ยงกับสัมผัสตา ปาก และจมูก”

ดร. Ashan Pathirana นายทะเบียนประจำสำนักงานส่งเสริมสุขภาพประเทศศรีลังกาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ในวันที่ 25 มีนาคม 2563 ว่า “การเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับวิธีการรักษาโควิด-19 โดยไม่คำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์ สามารถมีผลกระทบที่ร้ายแรงได้”

เขาเตือนว่า “แม้ว่าการดื่มชาไม่ได้มีผลเสีย แต่ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อมวลชนจะสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างผิดๆ  ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

ข้อความในส่วน Q&A บนเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกรายงานว่าไม่มีหลักฐานว่ายาชนิดใดสามารถป้องกันหรือรักษาโรคดังกล่าวได้

ข้อมูลจากรายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 เผยว่า ทั่วโลกมียอดผู้ป่วยมากกว่า 1,279,000 คน ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่า 72,000 ราย