งูเขียวหางไหม้ตัวหนึ่งอยู่บนกิ่งไม้ ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ( AFP / Mladen ANTONOV)

โพสต์ออนไลน์ในประเทศไทยแชร์คำแนะนำที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับ “วิธีแยกงูพิษกับงูไม่มีพิษออกจากกัน”

ลิขสิทธิ์ AFP 2560-2565 ขอสงวนลิขสิทธิ์

คำกล่าวอ้างเรื่อง “วิธีแยกงูพิษกับงูไม่มีพิษออกจากกัน” ด้วยการสังเกตจากทรงหัวของงู ได้ถูกแชร์หลายร้อยครั้งในโพสน์ออนไลน์ในประเทศไทย ซึ่งพบงูพิษหลายสายพันธุ์ได้ทั่วประเทศ เช่นงูเห่าและงูเขียวหางไหม้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอธิบายกับ AFP ว่าคำแนะนำดังกล่าวไม่แม่นยำ เพราะวิธีการดังกล่าวสังเกตลักษณะของงูไม่สามารถใช้ได้กับงูทุกชนิด ขณะที่นักเพาะพันธุ์งูกล่าวด้วยว่างูทั้งสองชนิดมีลักษณะที่คล้ายกันมาก และไม่มีวิธีเฉพาะที่สามารถใช้สังเกตข้อแตกต่างได้

คำกล่าวอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2565 และได้ถูกแชร์ต่ออีกกว่า 1,300 ครั้ง

คำบรรยายโพสต์ และข้อความที่ปรากฏอยู่ด้านบนของภาพอินโฟกราฟฟิกเขียนว่า: “วิธีแยกงูพิษกับงูไม่มีพิษออกจากกัน”

ทางด้านซ้ายของภาพที่ถูกแชร์ในโพสต์ มีข้อความสีแดงที่เขียนว่า “มีพิษ” อยู่เหนือหัวของงูชนิดหนึ่งที่มีหัวทรงสามเหลี่ยม

ขณะที่ด้านขวาของภาพ มีข้อความสีเขียวที่เขียนว่า “ไม่มีพิษ” อยู่เหนือหัวของงูอีกชนิดที่มีหัวทรงกลม

ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์เฟซบุ๊กที่ทำให้เข้าใจผิด

มีงูพิษหลายพันธุ์อาศัยอยู่ในระบบนิเวศของประเทศไทย เช่นงูเห่าและงูเขียวหางไหม้

แม้แต่สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ การพบงูในบ้านก็เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในหน้าฝนที่งูมักจะหนีเข้ามาในบ้านของคน

อย่างไรก็ตาม สัตว์เลื่อยคลานเหล่านี้ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่กำจัด เนื่องจากงูสามารถช่วยควบคุมประชากรหนู ซึ่งหากปล่อยไว้จะเป็นภัยต่อพืชผลและอาหารของผู้คนได้ สำนักข่าว AFP รายงาน

ภาพอินโฟกราฟฟิกนี้ ถูกแชร์พร้อมคำกล่าวอ้างคล้ายๆ กัน ในโพสต์ทางทวิตเตอร์ที่นี่และนี่ และปรากฏอยู่ในบล็อกออนไลน์ภาษารัสเซียที่นี่

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านงูยืนยันกับ AFP ว่าคำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด

น.สพ.ทักษะ เวสารัชชพงศ์ สัตวแพทย์ ประจำสวนงู สภากาชาดไทย ยืนยันกับ AFP ว่าคำแนะนำในภาพอินโฟกราฟฟิกดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้แยกงูพิษกับงูไม่มีพิษออกจากกันได้จริง

“คำแนะนำเรื่องวิธีแยกงูพิษโดยให้สังเกตจากหัวไม่สามารถใช้เพื่อการระบุว่างูดังกล่าวมีพิษหรือไม่นะครับ” เขากล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2565

น.สพ.ทักษะกล่าวว่าประเทศไทยมีงูมากกว่า 200 ชนิด และลักษณะของมันก็แตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค

งูที่ไม่มีพิษหลายชนิดก็มีลักษณะคล้ายกับงูพิษอีกด้วย เขากล่าว

“ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็ดูที่งูเห่าครับ งูเห่าเป็นงูมีพิษซึ่งหัวของมันเป็นทรงกลม และพบได้ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ”

“งูเห่ามีพิษที่แรงมากครับ ถูกกัดแค่ทีเดียวก็อันตรายถึงชีวิตถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที”

งูเห่าอินเดียถูกนำมาโชว์ภายในโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับงูหลากหลายสายพันธุ์ ในเมืองสิลิกูริ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2555 ( AFP / DIPTENDU DUTTA)

ศรานนท์ เจริญสุข ผู้จัดการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการณ์ที่พิพิธภัณฑ์งู สยาม เซอร์เพนทาเรียม กล่าวเช่นกันว่าคำแนะนำในอินโฟกราฟฟิกดังกล่าวไม่สามารถใช้เพื่อสังเกตว่าเป็นงูชนิดที่มีพิษหรือไม่

“มีงูหลายชนิดในประเทศไทยที่ไม่เข้าข่ายการจัดกลุ่มนี้ และเป็นงูที่มีพิษถึงตายด้วย” เขาอธิบาย

“คือมันไม่ได้วิธีเฉพาะที่สามารถใช้แยกระหว่างงูมีพิษกับงูไม่มีพิษนะครับ”

ศรานนท์แนะนำให้จำลักษณะเฉพาะของงูชนิดที่พบได้บ่อยในที่อยู่อาศัยแทน

“อย่างงูเขียวหางไหม้ก็สังเกตุได้จากหางของมันซึ่งจะมีลายสีแดง ส่วนงูเห่าให้สังเกตที่แม่เบี้ยของมัน ซึ่งมันจะแผ่ออกมาก่อนฉกเหยื่อ”

ศรานนท์กล่าวว่า “งูทุกชนิดเป็นนักล่าครับ มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเพื่อการเอาตัวรอดนี้ แม้แต่งูที่ไม่มีพิษก็มีส่วนที่คล้ายกับงูพิษได้”