ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าปรากฏการณ์ 'ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เต็มดวงพบกันที่ขอบฟ้า' นั้นเป็นไปไม่ได้

นักดาราศาสตร์ระบุว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่สามารถส่องแสงสว่างขนานกันเหนือขอบฟ้าได้ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างบนสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างว่าเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว ณ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ผู้เชี่ยวชาญอธิบายกับ AFP ว่าดวงจันทร์สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ โดยจะมีแสงสว่างเต็มดวงก็ต่อเมื่อดวงจันทร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเท่านั้น

"#ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าเหลือเชื่อ พระอาทิตย์และพระจันทร์พบกันบนขอบฟ้า" โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เขียนคำบรรยาย 

คำบรรยายเดียวกันนี้ยังระบุต่อว่า "ภาพแห่งธรรมชาตินี้เกิดขึ้นที่เกาะภูเก็ต ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์พบกันที่ขอบฟ้าของหาดป่าตอง"

โพสต์ดังกล่าวแชร์ภาพของวัตถุที่มีแสงสว่างสองดวงปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้าในเวลาเดียวกัน

Image
ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์ที่แชร์คำกล่าวอ้างเท็จ

ภาพเดียวกันนี้ถูกแชร์โดยผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย โดยอ้างว่าเป็น "ปรากฏการณ์อันเหลือเชื่อ" ที่เกิดขึ้นที่หาดป่าตองในจังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุกับ AFP ว่าคำกล่าวอ้างนี้เป็นไปไม่ได้ตามหลักดาราศาสตร์

"คำกล่าวอ้างที่ระบุว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เต็มดวงพบกันที่ขอบฟ้า ณ หาดป่าตองนั้นเป็นไปไม่ได้ตามหลักดาราศาสตร์" มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ให้สัมภาษณ์กับ AFP เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568

มติพลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์นานาชาติของ UNESCO ด้วยอธิบายต่อว่า ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง แต่แสงที่เราเห็นจากดวงจันทร์นั้นถูกสะท้อนมาจากดวงอาทิตย์

ดังนั้น หากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ใกล้กัน ดวงจันทร์จะต้องปรากฏเป็นเพียงเสี้ยวบาง ๆ เท่านั้น หรืออาจไม่ปรากฏให้เห็นเลย

ภาพในโพสต์เท็จที่อ้างว่าเป็นภาพดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างเต็มดวงจึงขัดแย้งกับหลักดาราศาสตร์ เนื่องจากดวงจันทร์จะส่องแสงเต็มดวงได้ก็ต่อเมื่ออยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเท่านั้น

"เนื่องจากประเทศไทยมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นดวงจันทร์ขนานกับดวงอาทิตย์ตามแนวขอบฟ้า" มติพลกล่าว

มติพลยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าภาพนี้ไม่น่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ และวัตถุที่มีแสงสว่างในภาพอาจไม่ได้เป็นทั้งดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ด้วยซ้ำไป

"ผมคิดว่าวัตถุทั้งสองในภาพไม่สว่างมากพอที่จะเป็นทั้งดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ แต่อาจเป็นอย่างอื่น เช่น แสงไฟจากเรือ ประภาคาร หรือแสงไฟจากสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ " มติพลกล่าว

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้เขียนชี้แจงในลักษณะเดียวกันในโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 โดยยืนยันว่าปรากฏการณ์ตามคำกล่าวอ้างนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง (ลิงก์บันทึก)

การค้นหาภาพย้อนหลังทางกูเกิลยังพบว่าภาพเดียวกันนี้ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 โดยผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ขณะนั้นอ้างอย่างผิด ๆ ว่าเป็นภาพดวงอาทิตย์และดวงจันทร์พบกันที่ช่องแคบมาเจลลัน ซึ่งเป็นช่องทางเดินเรือในทวีปอเมริกาใต้ที่เชื่อมระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก

โฮเซ ลูอิส ฮอร์เมเชีย หัวหน้านักดาราศาสตร์จากสถานีดาราศาสตร์ริโอแกรนเดในอาร์เจนตินา ยืนยันกับ AFP ว่าเราจะสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงได้ก็ต่อเมื่อดวงจันทร์นั้นอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเท่านั้น

"ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกัน เป็นปัจจัยที่ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่องไปยังดวงจันทร์ในด้านที่หันมายังโลกได้เต็มที่ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้" ฮอร์เมเชียกล่าว "เมื่อดวงหนึ่งขึ้น อีกดวงก็จะต้องตก"

พบเนื้อหาที่คุณต้องการให้เอเอฟพีตรวจสอบ?

ติดต่อเรา