ข่าวลวงเกี่ยวกับการบริโภคมะม่วงหาวมะนาวโห่ถูกแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย

Copyright AFP 2017-2020. All rights reserved.

คำกล่าวอ้างว่าการบริโภคมะม่วงหาวมะนาวโห่สามารถส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น การแท้งระหว่างการตั้งครรภ์ อาการวูบ ได้ถูกแชร์ออกไปหลายหมื่นครั้งทางเฟซบุ๊ก คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยืนยันว่ามะม่วงหาวมะนาวโห่ปลอดภัยและมีผลดีในระยะยาวต่อร่างกายหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

คำกล่างอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 และได้ถูกแชร์ต่ออีกกว่า 40,000 ครั้ง

ภาพถ่ายหน้าจอโพสต์เฟซบุ๊กที่ทำให้เข้าใจผิด

คำบรรยายบางส่วนในโพสต์เขียนว่า “เตือนสติกันหน่อย หากจะทานมะม่วงหาวมะนาวโห่

-คนไม่ท้องกินแล้วท้อง แต่คนท้องอ่อนกินแล้วอาจจะแท้งได้ (ขับเลือด)
-ไม่เหมาะสมกับคนเป็นโรคความดันต่ำ อาจวูบได้
-ไม่เหมาะสมกับคนเป็นโรคหัวใจพองโต”

ภาพถ่ายในโพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิดมีตัวอักษรสีขาวที่ด้านล่างขวาที่เขียนว่า นพรัตน์ ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ในจังหวัดนครพนม

คำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันได้ถูกแชร์ผ่านเฟซบุ๊กในปี 2562 และได้ถูกแชร์อีกครั้งในปี 2563 ที่นี่ นี่และนี่

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด

“มะม่วงหาวมะนาวโหไม่ได้มีอันตรายอย่างที่โพสต์ได้กล่าวอ้าง เราสามารถกินได้เหมือนผลไม้ทั่วๆ ไปด้วยปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้มันยังมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันหวัดและมะเร็ง” ดร.ภก.ดวงแก้ว ปัญญาภู  หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ รมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขเผยกับสำนักข่าว AFP ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน  

รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน โดยกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่จริง มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นผลไม้ที่มีความคล้ายกับเบอรรี่ กะหล่ำสีม่วง อัญชัน ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเรา”

รศ.ดร.ขนิษฐา อธิบายว่าการบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน มะเร็ง และความผิดปกติของสมองและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย “จริงๆ แล้วทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างควรกินด้วยปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ไม่เกิดพิษ แต่มะม่วงหาวมะนาวโห่ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถ้ากินด้วยปริมาณที่เหมาะสม”

คำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิดนี้ผ่านการตรวจสอบโดยศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ในวิดีโอนี้ซึ่งถูกโพสต์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562