กลุ่มผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยคล้องแขนขณะเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 (AFP / Jack Taylor)

คำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิดถูกแชร์ว่าบุคคลที่อายุมากกว่า 7 ปี จะได้รับโทษเท่าผู้ใหญ่ในประเทศสิงคโปร์

  • บทความนี้มีอายุมากกว่า 1 ปี
  • เผยแพร่ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09:00
  • ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
  • เขียนโดย: AFP ประเทศไทย
คำกล่าวอ้างที่ถูกโพสต์ทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้ถูกแชร์ออกไปนับพันครั้งพร้อมคำกล่าวอ้างที่ระบุว่าสิงคโปร์ลงโทษผู้ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีเท่ากับผู้ใหญ่ในระบบศาลอาญา พร้อมเสนอว่าประเทศไทยควรพิจารณาระบบดังกล่าว โพสต์นี้ได้ถูกแชร์ออกไปหลังการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยของเยาวชนนับพันที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูป คำกล่าวอ้างนี้เป็นเท็จ กฏหมายของประเทศสิงคโปร์ระบุว่าการกระทำของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ไม่จัดว่าเป็นความผิดทางอาญา ขณะที่บุคคลที่มีอายุระหว่าง 10 ถึง 18 ปี จะถูกดำเนินคดีในศาลเยาวชนและ “ไม่ได้รับโทษเท่าผู้ใหญ่” ตามที่โพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิดกล่าว

คำกล่าวอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 และได้ถูกแชร์ออกไปกว่า 1,100 ครั้ง

Image
ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์เฟซบุ๊กที่ทำให้เข้าใจผิด


คำบรรยายโพสต์เขียนว่า “เมืองไทยควรพิจารณา สิงคโปร์ จำกัดคำว่า “เยาวชน” อยู่ที่ 7 ขวบ ถ้าโตกว่านี้ รับโทษเท่าผู้ใหญ่”

จากข้อมูลของการดำเนินคดีอาญาในศาลเยาวชนและครอบครัวของประเทศไทย คำว่า “เยาวชน” หมายถึงบุคคลที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 17 ปี

โพสต์ดังกล่าวมีการใช้ภาพและแสดงอายุของแกนนำกลุ่มผู้ประท้วง รวมถึง พริษฐ์ ชิวารักษ์ (22) ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (22) และ ภาณุพงศ์ จาดนอก (24)

คำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิดนี้ถูกแชร์ภายหลังจากที่ทั้งสามคนได้รับการประกันตัวจากข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่น เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สำนักข่าว AFP รายงานที่นี่

การประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาเริ่มขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม โดยผู้ประท้วงได้เรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การเคลื่อนไหวที่ไม่มีแกนนำได้มีการออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบกษัตริย์ ที่ในอดีตเคยเป็นหัวข้อต้องห้าม ซึ่งส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาจากกลุ่มที่สนับสนุนสถาบันหลักของประเทศไทย สำนักข่าว AFP รายงานที่นี่

คำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันได้ถูกแชร์ทางทวิตเตอร์ที่นี่และนี่

คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด

ระบบยุติธรรมของสิงคโปร์

ณ เดือนกรกฎาคม 2563 เพดานอายุที่ถูกคุ้มครองด้วยกฏหมายอยู่ที่ 10 ปี

มาตรา 82 ของ ประมวลกฎหมายอาญาประเทศสิงคโปร์ แปลเป็นภาษาไทยว่า “การกระทำของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ไม่สามารถถือว่าเป็นความผิดทางอาญา”

กฏหมายเด็กและเยาวชน ใน พ.ศ. 2492 ของประเทศสิงคโปร์เป็นกฏหมายที่บังคับใช้เพื่อคุ้มกันดูแล ป้องกัน และฟื้นฟู เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่กระทำผิดกฏหมายหรือตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิด

บทความฉบับนี้ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวของประเทศสิงคโปร์ ระบุว่ากฏหมายฉบับดังกล่าวได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เพื่อ “ขยายกรอบการป้องกันเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี”

กฏหมายดังกล่าวเปิดทางให้เยาวชนผู้กระทำผิด สามารถลบประวัติคดีอาญาได้หากปฏิบัติตัวครบถ้วนตามคำสั่งของศาลเยาวชน

ขณะที่ ผู้ใหญ่ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญา จะมีประวัติอาชญากรรมถาวรตามที่ระบุไว้ในข้อกฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องประวัติอาชญากรรม

ในประเทศสิงคโปร์ ศาลเยาวชนจะดำเนินการคดีความที่เกี่ยวกับเยาวชน จำเลยที่เป็นเยาวชนจะถูกดำเนินคดีอาญาและได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากนักโทษที่เป็นผู้ใหญ่

ระบบยุติธรรมของไทย

ในประเทศไทย คดีความเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนจะถูกส่งไปพิจารณาโดยศาลเยาวชนและครอบครัว

มาตรา 86 ของหมวดที่ 7 ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 เขียนว่า “หากผู้อํานวยการสถานพินิจพิจารณาเห็นวาเด็กหรือเยาวชนนั้นอาจกลับตนเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องฟ้อง ให้จัดทําแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟูให้เด็กหรือเยาวชนปฏิบัติ”

แม้พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 จะระบุว่าเยาวชนหมายถึงบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 15-17 ปี แต่ตามมาตราที่ 97 เขียนระบุว่าบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี อาจจะได้รับการปฏิบัติเป็นเยาวชนได้ โดยคำนึงถึงสภาพร่างกาย สภาพจิต สติปัญญา และนิสัย

“บุคคลใดอายุยังไม่เกินยี่สิบปีบริบูรณ์กระทําความผิดและเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจศาลที่มีอํานาจพิจารณาคดีธรรมดา ถ้าศาลนั้นพิจารณาโดยคํานึงถึงสภาพร่างกาย สภาพจิต สติปัญญา และนิสัยแล้ว เห็นวาบุคคลนั้นยังมีสภาพเช่นเดียวกับเด็กหรือเยาวชน ให้มีอํานาจสั่งโอนคดีไปพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีอํานาจและให้ถือว่าบุคคลนั้นเป็นเด็กหรือเยาวชน”

พบเนื้อหาที่คุณต้องการให้เอเอฟพีตรวจสอบ?

ติดต่อเรา