โลร็อง จิราด ผู้ผลิตชาวฝรั่งเศสกำลังปลอกเปลือกกระเทียมดำหลังการหมักด้วยสูตรพิเศษวันที่ 8 ธันวาคม 2561 (AFP / Thierry Zoccolan)

ผู้เชี่ยวชาญระบุไม่มีหลักฐานว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันมะเร็งได้

ลิขสิทธิ์ AFP 2560-2563 ขอสงวนลิขสิทธิ์

คำกล่าวอ้างที่ระบุว่ากระเทียมดำ ซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหารในทวีปเอเชีย ได้ถูกแชร์ออกไปหลายครั้งทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเผยว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่ากระเทียมดำสามารถป้องกันมะเร็งได้ ขณะที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของประเทศไทยกล่าวว่าการบริโภคมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

คำกล่าวอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563

ข้อความเขียนว่า “กระเทียมดำกันมะเร็ง 6 เท่า”

รายงานฉบับนี้ของมหาวิทยาลัยมหิดลอธิบายว่ากระเทียมดำคือการกระเทียมที่ถูกนำไปอบที่อุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนจนเปลี่ยนเป็นสีเข้ม

คำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันได้ถูกแชร์ที่นี่ในปี 2555 และที่นี่ในปี 2559 และได้ถูกนำกลับมาแชร์อีกครั้งทางเฟซบุ๊กที่นี่และนี่ในปี 2563

คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด

ผศ.นพ. สืบพงศ์ ธนสารวิมล ภาควิชาอายุรศาสตร์ มะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า “ไม่มีงานวิจัยที่แน่ชัดที่กล่าวว่าการกินกระเทียมดำจะสามารถป้องกันมะเร็งได้”

ระหว่างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นพ. สืบพงศ์กล่าวว่า “ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย ยังไม่มีงานวิจัยไหนที่ระบุอย่างชัดเจนว่าการกินอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งได้  ปัจจุบัน เรายังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ อย่างไรก็ตามก็มีมะเร็งบางชนิดที่เรารู้สาเหตุและวิธีป้องกัน เช่นมะเร็งปอดซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่ หรือมะเร็งตับที่เกิดจากการดื่มเหล้าหนัก อย่างไรก็ตามไม่มีการศึกษาที่ระบุว่าการบริโภคอาหารชนิดใดจะมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งได้”

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 สถาบันมะเร็งแห่งชาติของประเทศไทยได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้บนเว็บไซต์โดยระบุว่าคำกล่าวอ้างนี้เป็น “ข่าวปลอม”

เนื้อหาบางส่วนของรายงานดังกล่าวเขียนว่า “จากการศึกษาพบว่ากระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอลซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการหรือในสัตว์ทดลองเท่านั้น”

รายงานฉบับเดียวกันยังเตือนเรื่องการบริโภคมากเกินไปโดยข้อความในย่อหน้าที่ 3 เขียนว่า “และควรเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์กระเทียมดำที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการได้รับสารปนเปื้อนอื่น ๆ การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์”

รายงานของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริการะบุคล้ายกันว่า แม้ส่วนประกอบบางอย่างในกระเทียมดำนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังขาดขั้นตอนการทดลองในมนุษย์

“การวิจัยเพิ่มเติมยังจำเป็นต่อการเข้าใจบทบาทของกระเทียมในการลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งอาจจะมีผลแตกต่างออกไปในปริมาณ การซึมซับ ขั้นตอนการเตรียมการ และความแตกต่างส่วนบุคคล ผลการวิจัยของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาพบหลักฐานที่มีข้อจำกัด ไม่เพียงพอที่จะสามารถตั้งข้อสรุปได้”

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 โดยระบุว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นข่าวปลอม