เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพดูแลการบรรจุเภสัชภัณฑ์ภายในห้องเย็นของบริษัทซิลลิค ฟาร์มา ในประเทศสิงคโปร์ (AFP / Roslan Rahman)

โพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิด แปลเนื้อหาในบทความเกี่ยวกับโครงการฉีดวัคซีนของสิงคโปร์ผิด

ลิขสิทธิ์ AFP 2560-2564 ขอสงวนลิขสิทธิ์

โพสต์เฟซบุ๊กจำนวนมากได้แชร์บทความข่าวเกี่ยวกับนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศสิงคโปร์ พร้อมคำกล่าวอ้างว่าสิงคโปร์ได้ปฎิเสธการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคและโมเดอร์นา และหันไปใช้วัคซีนโคโรนาแวคซึ่งผลิตโดยบริษัทซิโนแวคของประเทศจีนแทน คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด บทความดังกล่าวไม่ได้รายงานว่าประชาชนสิงคโปร์ปฎิเสธการฉีดวัคซีนของของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2564 รัฐบาลสิงคโปร์ยังคงใช้ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคและโมเดอร์นาเป็นวัคซีนหลัก ในขณะที่วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค เป็นวัคซีนทางเลือกที่มีอยู่ในคลินิกเอกชน

คำกล่าวอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564

โดยเป็นโพสต์ของ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยและรอยัลลิสต์ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่า 80,000 คน


โพสต์ดังกล่าวได้แนบลิงก์ไปยังบทความฉบับนี้ของ Channel News Asia (CNA) ช่องโทรทัศน์ของประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับโครงการฉีดวัคซีนในประเทศสิงคโปร์

คำบรรยายโพสต์เขียนว่า “มั่นใจว่าชาวสิงคโปร์ฉลาดกว่าสามสัสและสามกีบอย่างแน่นอน ที่สิงคโปร์ ประชาชนออกมาปฏิเสธ​วัคซีน’​ไฟเซอร์​กับโมเดอน่า’ เริ่มทนการแพ้  ไม่ไหว  ขอฉีดซิโนแวคแทน”

“สามกีบ” หรือว่าสามนิ้ว เป็นชื่อที่บุคคลบางกลุ่มใช้เพื่อเรียกผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มดังกล่าวใช้การชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายจังหวัดทั่วประเทศในปี 2563 และ 2564

ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ ยังถูกนำไปใช้กับพรรคฝ่ายค้าน เช่นพรรคก้าวไกล ซึ่งได้มีการแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนกุมภาพันธ์ 2564  ส.ส.พรรคก้าวไกลได้วิจารณ์โครงการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล และตั้งคำถามถึงการพึ่งบริษัทเดียวมากเกินไป

นอกจากนี้เขายังตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนโคโรนาแวคของบริษัทซิโนแวค

คำกล่าวอ้างคล้ายๆ กัน ถูกแชร์ทางเฟซบุ๊กที่นี่ นี่และนี่

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างนี้ ทำให้เข้าใจผิด

รายงานข่าว

โพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิด นำเสนอเนื้อหาในความบทความของ CNA ผิดจากที่เขียนอยู่ในรายงาน

บทความดังกล่าวซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 มีพาดหัวที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “คนที่ถูกปฎิเสธการฉีดหรือมีอาการแพ้ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา จะได้รับการชดเชยถ้าพวกเขาตัดสินใจรับวัคซีนซิโนแวคที่คลินิกเอกชน”

บทความดังกล่าวรายงานว่าบุคคลที่มีอาการแพ้ หรือ “ถูกปฎิเสธ” จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา จะได้รับการชดเชยโดยรัฐบาลสิงคโปร์ ถ้าบุคคลในกลุ่มดังกล่าวตัดสินใจเลือกฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทซิโนแวคที่คลินิกเอกชนแทน

ก่อนการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องกรอกเอกสารคัดกรองและเอกสารข้อมูลวัคซีน ณ สถานที่ฉีดวัคซีน

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขประเทศสิงคโปร์ บุคคลที่ไม่ผ่านการประเมินเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา จะสามารถ “รับวัคซีนได้ในภายหลังเมื่อวัคซีนดังกล่าวมีข้อมูลมากขึ้น” หรือ “สามารถรับวัคซีนตัวอื่นแทน”

ในบทความของ CNA ไม่ได้มีเนื้อหาที่กล่าวว่าสิงคโปร์ปฎิเสธการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา

โครงการฉีดวัคซีนของประเทศสิงคโปร์

ปัจจุบัน สิงคโปร์ใช้วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคและโมเดอร์นาเป็นหลัก และการฉีดวัคซีนไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พักอาศัยระยะยาวในประเทศสิงคโปร์

The Strait Times สื่อของประเทศสิงคโปร์รายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในประเทศสิงคโปร์แนะนำให้บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่นมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยารุนแรง ชะลอการฉีดวัคซีนออกไปจนกว่าจะมีข้อมูลที่สามารถประเมินความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ได้

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564 แถลงการณ์ฉบับนี้ได้ถูกเผยแพร่แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ โดยเนื้อหาระบุว่าบุคคลที่มีอาการแพ้รุนแรงหรือมีอาการแพ้วัคซีนโดสแรก จะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโคโรนาแวคได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่คลินิกเอกชนที่ได้รับการอนุมัติ

นอกจากโคโรนาแวคแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์กำลังอยู่ระหว่างการประเมินวัคซีนอื่นๆ ที่ไม่ใช่แบบ mRNA เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับประชาชน