ยูเนสโกปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่าองค์กรไม่ให้เงินสนับสนุนค่าซ่อมแซมปราสาทพระวิหาร

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจว่าจะให้เงินสนับสนุนเพื่อซ่อมแซมปราสาทพระวิหารหรือไม่ หลังผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งอ้างว่ายูเนสโกไม่ให้เงินสนับสนุนดังกล่าวเนื่องจากพบว่าปราสาทพระวิหารถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร คำกล่าวอ้างนี้ปรากฏขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากประเทศไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม 2568 ที่ยุติการปะทะรุนแรงรอบล่าสุดระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ โฆษกของยูเนสโกระบุกับ AFP ว่า ยูเนสโกยังไม่ได้มีข้อสรุปใด ๆ เกี่ยวกับการให้งบประมาณซ่อมแซมปราสาทดังกล่าว

โพสต์ X เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 แชร์ภาพที่มีโลโก้ยูเนสโกและภาพสถานที่ที่ได้รับความเสียหายแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความภาษาไทยที่ระบุว่า "ฝันสลาย"

คำบรรยายในโพสต์ระบุว่า "'เขมร' ฝันสลาย..!! 'ยูเนสโก' เท ไม่จ่ายค่าซ่อม 'เขาพระวิหาร' เนื่องจากตรวจพบว่า ถูกนำมาใช้เป็นฐานทางการทหาร จ่อปลดออกจากมรดกโลก" 

โพสต์ดังกล่าวปรากฏขึ้นหลังการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดยทั้งสองประเทศได้ยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายสิบราย และมีประชาชนมากกว่าครึ่งล้านคนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย (ลิงก์บันทึก)

ยูเนสโกออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อแสดงความกังวลต่อการปะทะรุนแรงดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองปราสาทพระวิหารอย่างเร่งด่วน (ลิงก์บันทึก)

Image
ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์ X ที่แชร์คำกล่าวอ้างเท็จ โดย AFP เพิ่มกากบาทสีแดง

ประเทศไทยและกัมพูชาตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งยุติการสู้รบรอบล่าสุด (ลิงก์บันทึก)

ปราสาทพระวิหารเป็นศาสนสถานตามแบบศาสนาฮินดูที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 และตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศมาอย่างยาวนาน

ในปี 2556 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีคำตัดสินให้พื้นที่โดยรอบปราสาทเป็นของกัมพูชา ขณะที่เว็บไซต์ของยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนปราสาทแห่งนี้ภายใต้ประเทศกัมพูชา (ลิงก์บันทึกที่นี่ และ นี่)

กองทัพไทยได้เปิดเผยภาพและวิดีโอ พร้อมระบุว่า ทหารกัมพูชาได้ใช้พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในช่วงที่มีการปะทะตามแนวชายแดนในเดือนธันวาคม (ลิงก์บันทึกที่นี่ และนี่)

ด้านกัมพูชาได้ยื่นรายงานต่อยูเนสโก และระบุว่าปราสาทพระวิหารได้รับความเสียหายจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศของประเทศไทยที่ "มุ่งเป้าโดยตรง" ไปยังพื้นที่ดังกล่าว สำนักข่าวขแมร์ไทมส์ของกัมพูชาระบุ (ลิงก์บันทึก)

คำกล่าวอ้างว่ายูเนสโกไม่จ่ายค่าซ่อมแซมปราสาทพระวิหารยังถูกนำไปเผยแพร่โดยรายงานข่าวบนช่องยูทูบเมื่อวันที่ 26 มกราคม และถูกแพร่กระจายต่อบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ รวมถึง X  เฟซบุ๊กและติ๊กตอก

Image
อินโฟกราฟิกที่แสดงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่เหตุปะทะรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2569 (AFP)

อย่างไรก็ตาม ยูเนสโกระบุกับ AFP ว่า ยังไม่ได้มีการลงโทษกัมพูชาตามคำกล่าวอ้าง และยังไม่ได้ข้อสรุปว่าปราสาทพระวิหารนั้นถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารหรือไม่

โฆษกของยูเนสโกตอบ AFP ผ่านทางอีเมลเมื่อวันที่ 26 มกราคม ว่า "ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุน การซ่อมแซม หรือความช่วยเหลือทางเทคนิคใด ๆ เพื่อการอนุรักษ์สถานที่ดังกล่าว"

ยูเนสโนยังระบุต่อด้วยว่า ยูเนสโกจะดำเนินการประเมินสภาพของปราสาทพระวิหารตามคำร้องขอของทางการกัมพูชา เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

"การถอดถอนจากบัญชีมรดกโลกนั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย และกรณีนี้ยังไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ณ ขณะนี้"

แนวทางการดำเนินงานของยูเนสโกระบุว่า แหล่งมรดกโลกจะถูกถอดออกจากบัญชีได้ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการทบทวนอย่างเป็นทางการ และได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากจากคณะกรรมการมรดกโลก (ลิงก์บันทึก)

ในคำชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 27 มกราคม โฆษกของยูเนสโกระบุว่า แหล่งมรดกโลกจะถูกถอดออกจากบัญชีได้ก็ต่อเมื่อ "คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล" ของสถานที่นั้นสูญเสียไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้

ที่ผ่านมา ยูเนสโกเคยถอดถอนแหล่งมรดกโลกออกจากรายชื่อเพียงสามแห่ง โดยกรณีล่าสุดคือเมืองลิเวอร์พูลในปี 2564 หลังโครงการพัฒนาหลายแห่งส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ริมน้ำของเมือง (ลิงก์บันทึก)

ก่อนหน้านี้ AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างเท็จอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา

พบเนื้อหาที่คุณต้องการให้เอเอฟพีตรวจสอบ?

ติดต่อเรา