การรายงานข่าวเหตุการณ์ปล้นชิงทรัพย์ในกรุงเทพฯ ของสื่อสังคมออนไลน์ถูกบิดเบือนและเกินจริง

  • บทความนี้มีอายุมากกว่า 1 ปี
  • เผยแพร่ วันที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 12:00
  • ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
  • เขียนโดย: AFP ประเทศไทย
ภาพถ่ายผู้หญิงที่มีอาการตกใจได้ถูกแชร์ผ่านเฟซบุ๊กและไลน์หลายหมื่นครั้งพร้อมคำกล่าวอ้างว่าเธอถูกโจรขโมยทองกรีดข้อมือขณะชิงทรัพย์ พร้อมเตือนไม่ให้ผู้คนใส่เครื่องประดับทองในที่สาธารณะเพราะราคาทองสูงขึ้น อย่างไรก็ตามคำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด ตำรวจเผยว่าเหยื่อไม่ได้ถูกกรีดข้อมือและคนร้ายหวังชิงกระเป๋าของเหยื่อ ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลยืนยันว่าคนร้ายได้ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

ภาพนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 และได้ถูกแชร์ออกไปกว่า 51,000 ครั้ง

Image

คำบรรยายเขียนว่า “ผู้หญิง​เดิน​ช็อบปิ้ง​ในห้าง โดนทำร้าย โดยใช้มีดกรีด​ข้อมือ​ แย่ง​เอาข้อมือทองคำ​ นน.1 บาท หวาดเสียว​ แผล​ลึกมาก ทองแพง​ อย่าใส่ทองเที่ยว​ห้าง ตลาดนัด​ ฯลฯ​ มัน​ล่อตา​โจร​ กลางห้างยังไม่เว้น”

ภาพนี้ได้ถูกโพสต์พร้อมคำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันที่นี่ นี่และนี่.

นอกจากนี้ภาพและคำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันได้ถูกแชร์ผ่านไลน์

ข้อความที่ถูกส่งผ่านไลน์เขียนว่า “เซ็นทรัลลาดพร้าว ผู้หญิงเดินช๊อปปิ้ง โดนทำร้ายเอามีดกรีดข้อมือแย่งเอาข้อมือไปหนึ่งบาท น่ากลัวมากตอนนี้ แผลลึกมากเลย”

Image

คำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิดนี้ เกิดขึ้นขณะที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้นทั่วโลก สำนักข่าว AFP รายงานว่าราคาทองคำแตะระดับ 2,000 ดอลล่าร์ต่อหนึ่งออนซ์ ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกถือว่าทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในยามที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ถูกใช้อย่างผิดบริบท สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่าโจรขโมยทองใช้มีดจริง แต่ไม่ได้ฟันที่ข้อมือของเหยื่อเพื่อชิงกำไลทองคำ

พลตำรวจโท อานันท์จักร กนกนพวัชร์ รอง ผกก.สายตรวจ 191 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 โดยอธิบายว่า “คนร้ายใช้อาวุธมีดเพื่อขู่ผู้หญิงขณะที่เขาพยายามขโมยกระเป๋า เหยื่อตกใจจึงใช้มือป้องกันและถูกมีดบาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เป็นแผลเล็กน้อย” 

“คนร้ายได้ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุและได้ถูกลงโทษตามกฏหมายแล้ว”

วิริศสมาหรา อรุณเลิศ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยเผยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นห้างในเครือเซ็นทรัลอีกสาขาหนึ่ง

วิริศสมาหรา อธิบายระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 กับสำนักข่าว AFP ว่า “โจรถูกควบคุมตัวด้วยความร่วมมือของพลเมืองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง”

เซ็นทรัลพัฒนาได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ชิงทรัพย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563

แถลงการณ์ซึ่งถูกส่งมาให้กับสำนักข่าว AFP ทางไลน์โดยวิริศสมาหรา ระบุว่า “ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยทางศูนย์การค้าที่เกิดเหตุ ณ สาขาปิ่นเกล้า สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ทันทีภายใน 5 นาที และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการเข้าตับกุมตัวคนร้ายไปดำเนินคดีอย่างทันท่วงที ส่วนผู้บาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บที่ง่ามนิ้ว และไม่ได้ถูกปล้นทองหรือถูกกรีดข้อมือตามที่เป็นข่าว”

Image

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 สถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์ปล้นชิงทรัพย์ดังกล่าว
 

บางส่วนของรายงานระบุว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ได้ระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การจี้ชิงทอง แต่คนร้ายมุ่งประสงค์ที่จะเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน โดยผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บถูกมีดบาดระหว่างนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย ทางศูนย์การค้าได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยา และอาการปลอดภัยดี”

พบเนื้อหาที่คุณต้องการให้เอเอฟพีตรวจสอบ?

ติดต่อเรา