ภาพกราฟฟิกตัดต่อเพิ่มความตระหนกเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศออสเตรเลีย

กระแสความกังวลต่อสงครามในตะวันออกกลางที่นำไปสู่การแห่กักตุนน้ำมัน ได้ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนในหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ภาพกราฟิกที่ถูกแชร์พร้อมคำกล่าวอ้างว่าออสเตรเลียมีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 18 วันนั้น ที่จริงแล้วเป็นภาพตัดต่อ โดยถูกดัดแปลงมาจากต้นฉบับของสำนักข่าว SBS ที่ระบุว่าน้ำมันสำรองจริงอยู่ที่ 36 วัน ด้านผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันกับ AFP ว่า ความตื่นตระหนกเรื่องน้ำมันหมดประเทศนั้น 'รุนแรงเกินความเป็นจริง' พร้อมย้ำว่าการนำเข้าน้ำมันผ่านเรือบรรทุกยังคงเป็นไปอย่างปกติ 

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของออสเตรเลีย: เรามีน้ำมันเบนซินเหลือเพียง 18 วัน น้ำมันดีเซล 16 วัน และน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน 14 วัน" โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เขียนคำบรรยาย

โพสต์ดังกล่าวแนบภาพกราฟิกที่มีสัญลักษณ์ของสำนักข่าว SBS โดยระบุข้อมูลเท็จว่าออสเตรเลียมีน้ำมันเบนซินสำรองเหลือเพียง 18 วัน น้ำมันดีเซล 16 วัน และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน 14 วัน นอกจากนี้ ส่วนท้ายของภาพยังอ้างว่าเป็นการรวบรวมข้อมูลจากกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำ ของออสเตรเลีย 

Image
ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์เฟซบุ๊กที่แชร์คำกล่าวอ้างเท็จ โดย AFP เพิ่มเครื่องหมายกากบาทสีแดง

ภาพกราฟิกเดียวกันนี้ยังปรากฏพร้อมคำกล่าวอ้างลักษณะเดียวกันในโพสต์อื่น ๆ รวมถึงโพสต์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

คำกล่าวอ้างนี้แพร่สะพัดในช่วงที่ราคาน้ำมันในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นจากการแห่กักตุนของผู้บริโภคนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อออสเตรเลียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก 

หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้โจมตีตอบโต้เป้าหมายต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ใช้ขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 1 ใน 5 ของโลกในช่วงสภาวะปกติ (ลิงก์บันทึก)

คริส โบเวน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของออสเตรเลีย ระบุว่า การฉวยโอกาสโก่งราคาของผู้ค้าปลีก และการแห่กักตุนน้ำมันของผู้ใช้รถจนความต้องการพุ่งขึ้นเป็นสองเท่า ได้ส่งผลให้เกิด "ภาวะขาดแคลนที่ยอมรับไม่ได้" แม้รัฐบาลจะเร่งกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ห่างไกลแล้วก็ตาม (ลิงก์บันทึก

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างว่าน้ำมันสำรองของออสเตรเลียลดลงเหลือเพียง 18 วันนั้นเป็นข้อมูลเท็จ และภาพกราฟิกดังกล่าวถูกตัดต่อเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง

ปริมาณน้ำมันสำรองที่แท้จริง

เมื่อทำการค้นหาด้วยคำสำคัญบนกูเกิล AFP พบบทความของสำนักข่าว SBS เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเผยแพร่ภาพกราฟิกในลักษณะเดียวกัน แต่ระบุว่าออสเตรเลียมีน้ำมันสำรองอยู่ 36 วัน (ลิงก์บันทึก)

Image
ภาพถ่ายหน้าจอที่แสดงกราฟิกต้นฉบับของสำนักข่าว SBS ในบทความเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งระบุปริมาณน้ำมันสำรองที่แท้จริง

ในวันเดียวกัน โบเวนได้แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันสำรองของออสเตรเลีย โดยบันทึกการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการยืนยันว่าเขาระบุว่า "ในส่วนของน้ำมันเบนซิน เรามีสำรองอยู่ 1,600 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานถึง 37 วัน" ส่วนน้ำมันดีเซลสำรองนั้นมีเพียงพอสำหรับ 30 วัน และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน 29 วัน (ลิงก์บันทึก)

นอกจากนี้ โบเวนยังระบุว่า รัฐบาลจะปรับลดข้อกำหนดการสำรองน้ำมันขั้นต่ำ (minimum stockholding obligation) โดยจะปรับลง 20% สำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบายน้ำมันจากคลังสำรองในประเทศออกมาใช้เพิ่มได้ถึง 762 ล้านลิตร

"มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่" โบเวนระบุ

ตัวเลขที่โบเวนระบุและตัวเลขที่ปรากฏในกราฟิกของ SBS นั้นสอดคล้องกับรายงานปริมาณน้ำมันสำรองรายสัปดาห์บนเว็บไซต์ของกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำ ซึ่งระบุว่าออสเตรเลียมีน้ำมันเบนซินสำรองอยู่ที่ 38 วัน (ลิงก์บันทึก)

Image
ภาพถ่ายหน้าจอจากเว็บไซต์รัฐบาลออสเตรเลียที่แสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ

สื่อรัฐบาลอิหร่าน 

จากการค้นหาภาพย้อนหลัง AFP พบว่าภาพกราฟิกที่ถูกตัดต่อนั้นถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน

นอกจากนี้ AFP ยังพบลายน้ำของเครื่องมือเอไอกูเกิล Gemini ปรากฏอยู่ที่มุมขวาล่างของภาพ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบด้วยเครื่องมือซินธ์ไอดี (SynthID) ของกูเกิลเพื่อหาร่องรอยการดัดแปลงด้วย AI นั้นยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างแน่ชัด

Image
ภาพถ่ายหน้าจอแสดงกราฟิกเท็จที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่าน โดย AFP เพิ่มเครื่องหมายกากบาทสีแดงและใช้เครื่องมือแว่นขยายเพื่อเน้นให้เห็นลายน้ำ Gemini

สำนักข่าว SBS ยืนยันกับ AFP เมื่อวันที่ 23 มีนาคมว่า พวกเขาไม่ได้ผลิตภาพกราฟิกที่ปรากฏในบทความของสำนักข่าว Tasnim แต่อย่างใด

ความกังวลที่เกินจริง

ลูริออน เดอ เมลโล จากมหาวิทยาลัยแมคควอรีในเมืองซิดนีย์ ชี้ว่ากระแสความกังวลเรื่องน้ำมันสำรองหมดประเทศนั้นถูกทำให้ดู "รุนแรงเกินจริง" พร้อมย้ำคำยืนยันจากรัฐบาลว่าการนำเข้าน้ำมันยังคงเป็นไปอย่างปกติ  (ลิงก์บันทึก)

"ผมสามารถเข้าถึงข้อมูลการเดินเรือได้ ซึ่งยืนยันว่าเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำยังคงเดินทางเข้ามาตามปกติ" เดอ เมลโลกล่าวกับ AFP เมื่อวันที่ 20 มีนาคม

ขณะเดียวกัน โทนี วูด ผู้อำนวยการอาวุโสด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากสถาบัน Grattan ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ AFP เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ว่า "น้ำมันยังคงถูกส่งเข้ามาในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีราคาสูงขึ้นแต่เราไม่ได้กำลังจะขาดแคลนน้ำมัน" (ลิงก์บันทึก)

วูดอธิบายเพิ่มเติมว่า ภาวะขาดแคลนที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตชนบทที่ผู้คนต้องขับรถระยะไกล เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเริ่มกักตุนน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม การแห่ซื้อน้ำมันด้วยความตื่นตระหนกนั้นไม่ได้หมายความว่าอัตราการใช้น้ำมันจริงจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย "น้ำมันยังคงอยู่ในระบบห่วงโซ่อุปทาน เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้" วูดกล่าว "การที่รัฐบาลตัดสินใจระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมานั้น อาจไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมอะไรมากนัก แต่น่าจะช่วยให้ประชาชนคลายความกังวลลงได้บ้าง"

นอกจากนี้ สำนักข่าว AAP และ NewsGuard ได้เผยแพร่รายงานตรวจสอบข้อมูลเท็จเกี่ยวกับน้ำมันสำรองของออสเตรเลียเดียวกันอีกด้วย (ลิงก์บันทึกที่นี่ และ นี่)

ก่อนหน้านี้ AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างเท็จที่เกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง สามารถอ่านรายงานภาษาไทยได้ที่นี่

พบเนื้อหาที่คุณต้องการให้เอเอฟพีตรวจสอบ?

ติดต่อเรา