ผู้โดยสารลากกระเป๋าเดินทางแบบลูกกลิ้งภายในอาคาร 5 ที่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2564 ( AFP / DANIEL LEAL)

โพสต์แชร์คำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ประเทศที่ยกเลิกมาตรการกักตัวและการตรวจเชื้อไวรัส”

ลิขสิทธิ์ AFP 2560-2565 ขอสงวนลิขสิทธิ์

โพสต์ที่ถูกแชร์ออกไปหลายร้อยครั้งทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แชร์รายชื่อประเทศที่มีทั้งตุรกี บราซิล และสหราชอาณาจักร พร้อมคำกล่าวอ้างว่า มี 10 ประเทศที่ตัดสินใจปรับการรับมือเชื้อไวรัสเหมือนโรคระบาดตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด หลายประเทศในรายชื่อดังกล่าวยังบังคับใช้มาตรการกักตัวและการตรวจหาเชื้อกับบุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565

คำกล่าวอ้างนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

โพสต์ดังกล่าวแชร์ภาพที่มีข้อความแปลที่เป็นภาษาไทยว่า “ประเทศต่อไปนี้ได้ประกาศยกเลิกกระบวนการกักกันทั้งหมด การตรวจหาเชื้อโคโรนา และการบังคับฉีดวัคซีน และพิจารณาว่าโคโรนาเป็นเพียงแค่ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล:

ตุรกี บราซิล สหราชอาณาจักร สวีเดน สเปน สาธารณรัฐเช็ก เม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์”

ภาพถ่ายหน้าจอของโพสต์เฟซบุ๊กที่ทำให้เข้าใจผิด

คำกล่าวอ้างคล้ายๆ กัน ได้ถูกแชร์หลายร้อยครั้งโดยผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จากทั่วโลก ทางเฟซบุ๊กที่นี่และนี่ และทางทวิตเตอร์ที่นี่ นี่และนี่

คำกล่าวอ้างเดียวกันถูกแชร์ในไทย ทางเฟซบุ๊กที่นี่และนี่

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด

มาตรการกักตัว

ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565 ประเทศบราซิล ญี่ปุ่น และตุรกี ยังคงบังคับใช้มาตรการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ

ขณะที่ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศบราซิล สาธารณรัฐเช็ค ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สเปน สวีเดน และตุรกี ยังคงต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด-19 ก่อนการเดินทาง

สำหรับการเดินทางในสหราชอาณาจักร แถลงการณ์ของรัฐบาลวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ระบุว่าบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติครบจำนวนโดส และไม่ได้เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดรุนแรง ไม่จำเป็นต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศอังกฤษ เวลส์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ

ณ วันที่ 20 มกราคม 2565 รัฐบาลบราซิลยังมีข้อบังคับเรื่องการแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับคนที่จะเดินทางเข้าประเทศ

แถลงการณ์ของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ไม่ได้กำหนดว่าผู้ที่ต้องการจะเดินทางเข้าประเทศต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด-19 หรือการฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกัน เม็กซิโกไม่มีข้อบังคับเรื่องการฉีดวัคซีน

นโยบายการฉีดวัคซีน

ขณะที่บางประเทศได้กำหนดให้ประชาชนผู้ใหญ่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน แต่ยังไม่มีประเทศใดในโพสต์ที่ประกาศยกเลิกการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565

ประเทศสเปนและสาธารณรัฐเช็ค ไม่ได้มีข้อบังคับเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชาชน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 รัฐบาลสหราชอณาจักร์ได้ประกาศว่าจะยกเลิกข้อบังคับเรื่องการฉีดวัคซีนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

นโยบายด้านสาธารณสุข

บางประเทศที่ถูกกล่าวถึงในโพสประกาศว่าจะปรับการรับมือโรคโควิด-19 ให้เหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มาตรการสาธารณสุขในหลายรัฐยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง

Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวในเดือนมกราคม 2565 ว่าการระบาดของโรคโควิด-10 ยังไม่จบ และยังคงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการปรากฏตัวของสายพันธุ์ตัวใหม่ของเชื้อไวรัส

ในเดือนเดียวกัน สเปนได้เริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ หันมารับมือไวรัสเหมือนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แม้จะมีเสียงเตือนจากภาคสาธารณสุขบางส่วน ว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไป

อย่างไรก็ตาม ประเทศสเปนยังมีการบันทึกและเผยแพร่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 และยังคงกำหนดให้ผู้ป่วยยังคงกักตัว

ในประเทศอังกฤษ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสันได้ยกเลิกมาตรการที่ถูกบังคับใช้ในช่วงการระบาดทั้งหมด โดยผลักดันให้ปรับแนวทาง จากการแทรกแซงของภาครัฐไปสู่ความรับผิดชอบส่วนบุคคลของประชาชน ขณะที่ประเทศเริ่มปรับไปสู่การ “รับมือโรคโควิดเหมือนโรคติดต่ออื่นเช่นไข้หวัดใหญ่”

สวีเดนได้ยกเลิกมาตราการควบคุมในช่วงการระบาดทั้งหมดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 และกล่าวด้วยว่าจะลดระดับความรุนแรงของโรคโควิด-19 ลงเป็น “โรคติดต่อที่แจ้งได้” เหมือนไข้หวัดใหญ่

ในเดือนพฤษภาคม 2564 สิงคโปร์ประกาศว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่การอาศัยร่วมกับไวรัส แต่ในเดือนมกราคม 2565 สิงคโปร์เลื่อนการลดมาตรการควบคุมออกไปเนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น

ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565 สำนักข่าว AFP ไม่พบรายงานทางการ ที่ระบุว่าประเทศในรายการดังกล่าวจะเปลี่ยนการรับมือโรคโควิด-19 เหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่

โรคโควิด-19