ผู้คนใส่หน้ากากอนามัยในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 (AFP / Charly Triballeau)

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนเรื่องคำแนะนำเท็จเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ที่ถูกแชร์ออนไลน์

ลิขสิทธิ์ AFP 2560-2564 ขอสงวนลิขสิทธิ์

คลิปวิดีโอที่อ้างว่าเสนอคำแนะนำของแพทย์จีนเรื่องวิธีการป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำอุ่น น้ำส้มสายชู หรือน้ำผสมเกลือ การดื่มชาและให้งดกินของเย็น ได้ถูกแชร์ในหลายโพสต์ทางเฟซบุ๊ก ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอธิบายกับ AFP ว่ายังไม่มีหลักฐานที่สามารถสนับสนุนว่าคำกล่าวอ้างเหล่านี้สามารถป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมย้ำว่าวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมืออย่างสม่ำเสมอและให้ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564

คลิปวิดีโอความยาว 1 นาที 33 วินาที ดังกล่าวนำเสนอวิธีการดูแลตัวเองที่ระบุว่าเป็นคำแนะนำจากแพทย์จีนที่มีประสบการณ์กับโควิด-19


“ดื่มน้ำร้อน”

ในช่วงที่ 0:24 โพสต์ดังกล่าวแนะนำให้ “ดื่มชา กาแฟ ซุป น้ำอุ่น มากๆ นอกจากนั้นควรจิบน้ำร้อนทุก 20 นาที ซึ่งจะทำให้ช่องปากชื้นอยู่เสมอ น้ำอุ่นจะล้างไวรัสที่อยู่ในปากให้ลงไปที่กระเพาะก่อนที่จะไปที่ปอด น้ำย่อยจะทำให้ไวรัสตาย”

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะแนะนำให้ดื่มน้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าการดื่มน้ำร้อนหรือเย็นจะสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้

Brandon Brown ศาสตราจารย์จากศูนย์เพื่อสุขภาพชุมชนของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า “ไม่มีความจำเป็นในการเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำดื่มของคุณ”

เขาอธิบายผ่านอีเมลว่า “การดื่มน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญเสมอ แต่มันไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้”

เช่นเดียวกัน Jayaruwan Bandara ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทางการแพทย์ของประเทศศรีลังกา ระบุว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการดื่มชาจะช่วยป้องกันเชื้อไวรัสได้ เขาให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า “แม้ว่าการดื่มชาสามารถเป็นผลดีกับสุขภาพของเราแต่ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นวิธีการป้องกันหรือนำมาใช้รักษาได้ในกรณีของโรคโควิด-19”

เขาบอกว่า วิธีเดียวที่จะลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ คือการทำตามคำแนะนำ ซึ่งรวมถึงการล้างมือและเว้นระยะห่างทางสังคม


AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างเรื่องการการดื่มน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แล้วที่นี่


“การกลั้วคอ”

ในช่วง 0:33 โพสต์ดังกล่าวแนะนำให้ “กลั้วคอด้วยสารฆ่าเชื้อโรคผสมน้ำอุ่นทุกวัน เช่นน้ำสมสายชู น้ำมะนาวหรือน้ำเกลือ” เพื่อป้องกันโรคโควิด-19

แม้การกลั้วคอด้วยน้ำผสมเกลือ จะเป็นวิธีการรักษาอาการเจ็บคอ แต่ไม่มีหลักฐานว่าวิธีดังกล่าวจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

ข้อมูลบนเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนระบุว่า ถึงแม้ว่าวิธีการรักษาแบบดั้งเดิมหรือวิธีการรักษาที่บ้านบางอย่างจะสามารถ “บรรเทาอาการ” ของ โควิด-19 ได้ แต่ “ยังไม่มีหลักฐานว่ายาชนิดไหนสามารถป้องกันหรือรักษาโรคดังกล่าวได้”

การกลั้วคอไม่ปรากฎอยู่ในรายการคำแนะนำเรื่องวิธีการป้องกันโรคโควิด-19 ของ WHO และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย


AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างเรื่องการกลั้วคอด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แล้วที่นี่


“กินวิตามินซี”

ในช่วงที่ 1:05 โพสต์กล่าวแนะนำให้ “เพิ่มวิตามินซีและแร่สังกะสี ด้วยการทานผักและผลไม้”

แม้ว่าวิตามินซีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่ยังไม่มีหลักฐานว่าวิตามินซีจะสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้

Henry Chenal ผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยชีวคลินิกบูรณาการ (CIRBA) ในเมืองอาบีจาน ประเทศไอวอรีโคสต์ อธิบายกับสำนักข่าว AFP ว่าการบริโภคมะนาวหรือวิตามินซีในปริมาณที่สูง “ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสโคโรน่า”

AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างคล้ายๆ กันเรื่องการดื่มน้ำอุ่นและน้ำมะนาวเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ที่นี่


“ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวโลหะ”

ในช่วงที่ 0:50 โพสต์ดังกล่าวแนะนำว่า “ล้างผิวโลหะอย่างถี่ถ้วน เพราะไวรัสจะอยู่บนผิวโลหะได้ถึง 9 วัน”

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ WHO อธิบายว่าไวรัสดังกล่าวคล้ายกับเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งสามารถมีชีวิตรอดอยู่บนพื้นผิวต่างได้ “หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน” ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นผิว

สำนักข่าว AFP รายงานว่างานวิจัยสหรัฐฯ พบว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวของพลาสติกและเหล็กกล้าไร้สนิมได้ 2 ถึง 3 วัน และถึง 24 ชั่วโมงบนกระดาษลัง

ข้อมูลบนเว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสบู่และน้ำหรือด้วยผงซักฟอก ก่อนตามด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีอยู่ในบ้าน


“เลี่ยงการกินของเย็น”

ในช่วงที่ 1:19 โพสต์ดังกล่าวอ้างว่า “จงหลีกเลี่ยงการกินของเย็นและดื่มของเย็น”

AFP ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างว่าระบุว่า องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ แนะนำให้ประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเย็น ยูนิเซฟปฎิเสธข่าวลือดังกล่าวในแถลงการณ์ฉบับนี้

แถลงการณ์ดังกล่าวเขียนว่า “เมื่อเร็วๆ นี้มีข้อความออนไลน์ที่ไม่ถูกต้อง ได้ถูกเผยแพร่ในหลายภาษาทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นการสื่อสารของยูนิเซฟ ดูเหมือนจะระบุว่า การหลีกเลี่ยงไอศกรีมและอาหารเย็นอื่นๆ เหนือสิ่งอื่นใด สามารถช่วยป้องกันโรคได้ ข้อความนี้ แน่นอนว่า ไม่มีความจริงเลยอย่างสิ้นเชิง”


การแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถเกิดขึ้นเมื่อละอองจากจมูกหรือปากของผู้ป่วย ลอยไปสัมผัสกับผู้อื่นหรือลอยไปติดกับพื้นผิว WHO แนะนำให้ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ โดยให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าและเว้นระยะห่างจากคนที่มีอาการป่วย

โรคโควิด-19